วิธีจับโกหก

ใครๆก็ไม่ชอบโดนหลอกใช่มั้ยละเรามาดูวิธีจับโกหกคนไม่จริงใจกันเถอะ

 

คนโกหกมักจะไม่เก็บรายละเอียด

พวกคนโกหกจอมต้มตุ๋น น่าจะเป็นคนที่หว่านล้อมเก่ง มีคำประดิดประดอย และรายละเอียดที่แต่งขึ้นมาเยอะ แต่จริงๆ แล้ว คนที่โกหกมักจะไม่ก้บรายละเอียด เพราะกลัวว่าพอพูดไปแล้วกลับมาเล่าอีกทีจะเก็บรายละเอียดได้ไม่เหมือนเดิม ก็เลยจะพูดสั้นๆ ง่ายๆ ไว้ก่อน ฝ่ายตรงข้ามจะได้จับไม่ได้ว่า อ้าวไม่เห็นเหมือนที่พูดไว้นิ

จำไม่ค่อยได้ลืมในสิ่งที่กำลังพูด

คนโกหกจะจำอะไรไม่ค่อยแม่น สังเกตได้จาก เวลาสนทนากันอยู่จะหลงๆ ลืมๆ แบบ เรื่องนั้นมันเกิดอะไรกันแน่ ขอคิดก่อนแปปนะหรือจะมีอาการไม่แน่ใจในสิ่งที่พูดออกมา ที่บอกว่าคนโกหกมักเป็นแบบนี้ ก็เพราะว่าลองคิดในทางกลับกัน หากเป็นคนพูดจริง เขาจะสามารถจำทุกอย่างได้ดีกว่า เพราะเป็นเรื่องจริงที่เจอมามักจะไม่หลงลืมกับสิ่งที่ไปเจอมากับตัวจริงๆหรอก

พูดกลับไปกลับมา

คนที่ชอบโกหกจะชอบพูดกลับไปกลับมา ทำให้รู้สึกงงๆ และคล้อยตามไปในที่สุด เช่นเขาชื่อเขียวหรือแดงนะหรือเป้นเหลืองกันแน่ ถ้าเจอคนพูดกลับไปกลับมาแบบนี้บ่อยๆให้เดาเลยว่า เขาอาจจะโกหก หรือแต่งเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นมา เพราะคนพวกนี้พอโกหกแล้ว รู้สึกว่าไม่เป็นที่พึงพอใจ ก็จะกลับไปแก้ใหม่ให้เนียน ด้วยวิธีนี้

พูดให้คลุมเครือ

ก็เพราะว่าเรื่องโกหกมันเป็นเรื่องที่ต้องสร้าง เติมแต่ง ถ้าไม่ใช่คนมีความสามารถในการแต่งเรื่องยาวๆ ก็เป็นเรื่องยากที่เขาจะพูดอะไรยาวๆ ออกมาในเสี้ยววินาทีนั้น และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์กลับมาพูดอีกทีแล้วไม่เหมือนเดิม คนพวกนี้ก็จะอาศัยพูดสั้นๆไว้ก่อน

คิดนานเกินไป

หากเรื่องราวที่พูดถึงไม่ใช่เรื่องที่ผ่านมานาน แต่เขากลับเหมือนต้องใช้เวลาคิดก่อนจะพูด ก็ให้เดาไว้เลยว่า เขาอาจจะโกหกเรา หรือกำลังแต่งเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ในหัวแล้วค่อยพูดออกมาแน่นอน

กระวนกระวายลุกลี้ลุกลนก็ร้อนตัวไปก่อน

คนที่โกหกจะมีอาการทางกายที่สังเกตได้คือ จะมีความกระวนกระวาย อยู่ไม่สุข หรือร้อนตัวพูดในสิ่งที่เรายังไม่ทันได้ถาม แต่เป็นประเด็นที่กำลังสงสัย โดยปกติแล้ว คนที่พูดความจริง มักจะมีท่าทางที่สบายๆ รีแล็กซ์ แต่อาจจะมีสีหน้าที่ไม่แฮปปี้บ้าง เพราะบางเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่สิ่งที่สวยงามเสมอไป แต่อย่างน้อยมันต้องไม่ดูกระวนกระวาย ไม่เป็นสุขจนเกินไป

จะพูดด้วยการโทษคนอื่น

พอรู้ตัวว่าจะจับได้ หรืออาจจะยังจับไม่ได้ แต่อยากสร้างความน่าเชื่อถือ คนพวกนี้จะมีการพูดตำหนิคนอื่นว่าไม่ดียังงั้นยังงี้ เพื่อกลบเกลื่อนด้านลบของตัวเองนั่นเอง พูดให้ตัวเองดูดีคนอื่นดูแย่นั่นเอง

พูดเร็วเกินไปจนฟังไม่ทัน

โดยสัญชาตญาณของคนโกหก มักจะพูดช้าๆ จังหวะการพูดจะไม่ลื่นไหลเหมือนคนทั่วไป อาจเป็นเพราะว่าต้องใช้เวลานึกเรื่องแต่งขึ้นไปด้วย พูดไปด้วย แต่ขอบอกว่า ข้อสังเกตในข้อนี้อาจใช้ไม่ได้กับนักโกหกมืออาชีพ ที่มีการเตรียมตัวมาอย่างดี ก็มักจะมีเร็วไฟแลบ บางทีก็มีศิลปะในการพูดโน้มน้าวจนเราหลงเชื่อได้ง่ายๆได้เลย

เรื่องดูไม่เมคเซนส์

มีเทคนิคจับคนโกหกมากมาย แต่สมัยนี้เริ่มอยู่ยาก เพราะพอมีข้อมูลจับคนโกหกออกมา คนที่โกหกเรียนรู้ไปด้วย และพยายามจะไม่ทำสิ่งนั้น เพื่อจะได้ไม่ถูกจับได้ แต่สิ่งที่ช่วยเราแยกแยะได้ว่าอะไรจริงอะไรโกหกก็เรื่องตรรกะ และสติของเราเนี่ยแหละค่ะ เวลาใครพูดอะไรก็ให้ใช้สติในการฟัง คิดตามระบบตรรกะ ความเป็นเหตุเป็นผล ถ้ามันดูไม่ตรงตามสิ่งที่ควรจะเป็น เหนือเหตุผลปกติที่ควรจะเป็น ก็ให้ระวังเอาไว้ให้ดีเลย

ทางที่ดีเราควรเป็นทั้งผู้ที่ไม่โกหกและหลีกเลี่ยงคนชอบโกหก หรือมีคนรอบตัวโกหกบ่อยๆควรเตือนสติ คนเราอยากมีมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน ไม่ควรจะโกหกกัน ความจริงใจเท่านั้นที่จะทำให้อะไรหลายๆอย่างราบรื่นไปด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในด้านต่างๆนั่นเอง