Home » สาเหตุเสี่ยงถุงยางแตก

สาเหตุเสี่ยงถุงยางแตก

การใช้ถุงยางอนามัย ช่วยในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเป็นการคุมกำเนิดด้วยการป้องกันการมีบุตรสำหรับคู่รักที่ยังไม่พร้อมอยู่ได้พอสมควร แต่ในขณะเดียวกันหากคู่รักนั้นมีหลักการใช้ถุงยางอนามัยที่ผิดวิธี ก็อาจเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาอย่าง ถุงยางแตก ถุงยางฉีกขาด ตามมาได้เราจะมาบอกทุกคนให้ได้ทราบกันว่ามีสาเหตุใดบ้างที่อาจก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมาได้

สาเหตุหลักที่อาจทำให้เกิด ถุงยางแตก

การที่จะเกิดเหตุการณ์ถุงยางแตก หรือ ถุงยางฉีกขาด ขณะมีเพศสัมพันธ์ ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก นอกเสียจากว่าจะมีพฤติกรรมบางอย่างที่คุณเผลอกระทำโดยไม่รู้ตัว หรือเพิกเฉยถึงข้อควรระวังการใช้ จึงอาจก่อให้เกิดถุงยางแตกขึ้นมาได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนั้นปัญหานี้มักมาจากสาเหตุหลักๆ นั่นก็คือ

  1. การเลือกใช้ถุงยางอนามัยผิดขนาด
  2. การแกะบรรจุภัณฑ์ของถุงยางที่ผิดวิธี หรือใช้ของมีคม
  3. การใช้ถุงยางอนามัยที่หมดอายุแล้ว
  4. ผู้ใช้ไม่รู้วิธีใช้ถุงยางหรือสวมใส่ถุงยางอย่างถูกต้อง
  5. มีการเก็บรักษาถุงยางอนามัยที่ไม่เหมาะสม เช่น เก็บในที่ที่โดนแสงแดด
  6. ใช้ถุงยางอนามัยแบบไม่มีสารหล่อลื่น

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการศึกษาที่สามารถชี้ให้เห็นได้ว่า ประสิทธิภาพของถุงยางอนามัยทั่วไปมีอัตราที่ ถุงยางฉีดขาด หรือเกิดอัตราการล้มเหลวของการทำงานเพียง 14% แต่ถ้าหากคุณมีการใช้อย่างเหมาะสมและถูกวิธี อัตราการป้องกันโรคติดต่อและการป้องกันการตั้งครรภ์ในช่วงเวลาที่ไม่พร้อมนั้น จะอยู่ที่ 97% เลยทีเดียว

วิธีการเลือก และรักษาคุณภาพ ป้องกันถุงยางฉีกขาด

เพื่อความปลอดภัยก่อนการมีเพศสัมพันธ์คุณควรทำการศึกษาถึงวิธีการใช้ถุงยางอนามัยเบื้องต้นจากฉลากข้างกล่องผลิตภัณฑ์ให้ละเอียด และควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด หากยังไม่อยากประสบกับการตั้งครรภ์แบบไม่พร้อม และโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์

  1. ซื้อถุงยางที่มีขนาดเหมาะสมกับอวัยวะเพศในช่วงแข็งตัว
  2. เก็บรักษาถุงยางอนามัยในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ควรเก็บไว้ในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 37 หรือน้อยกว่า 3 องศาเซลเซียส
  3. เก็บถุงยางอนามัยให้พ้นจากแสงแดด
  4. ก่อนการซื้อควรมีการตรวจสอบ และเช็กวันหมดอายุทุกครั้งก่อนซื้อถุงยางอนามัยมาใช้ รวมทั้งกรณีของถุงยางอนามัยที่คุณกำลังใช้อยู่เกิดหมดอายุให้ทิ้งในทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ
  5. ไม่ควรใช้อุปกรณ์มีคมในการตัดซองถุงยางอนามัย เพราะอาจเกิดการผิดพลาดไปโดนผิวของถุงยาง ทำให้ถุงยางฉีกขาดก่อนนำมาใช้ได้
  6. ไม่ควรใส่ถุงยางอนามัยซ้อนกัน เพราะอาจก่อให้เกิดถุงยางฉีดขาดได้โดยไม่รู้ตัว

ถุงยางแตกขณะมีเพศสัมพันธ์ คุณควรทำอย่างไร

สิ่งแรกที่คุณควรทำนั่นก็คือการรับประทานยาคุมฉุกเฉินทันที หรือรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง เพราะยาคุมฉุกเฉินนั้นมีฮอร์โมนปริมาณสูงที่สามารถเข้าไปช่วยชะลอการตกไข่ไม่ให้เกิดสภาวะไข่ตกก่อนที่สเปิร์มหรือตัวอสุจินั้นจะเข้าไปปฏิสนธิฝังตัวในมดลูก

นอกจากรับประทานยาคุมฉุกเฉินแล้ว คุณควรทำการทดสอบการตั้งครรภ์ร่วมด้วย โดยการใช้ชุดตรวจครรภ์ที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา เพื่อเพิ่มความมั่นใจอีกครั้ง โดยอาจเริ่มต้นการตรวจได้ประมาณ 1-2 อาทิตย์ หลังจากรับประทานยาคุมหรือมีเพศสัมพันธ์ จากนั้นให้รอประจำเดือนมาตามปกติ

แต่ถ้าหากคุณมีข้อกังวล หรือมีสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเข้าสู่ช่วงตั้งครรภ์ เช่น อาเจียน คัดเต้านม รอบเดือนมาไม่ปกติ คุณสามารถเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด หรือปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทันที เพื่อผลลัพธ์ที่ถูกต้องแม่นยำ