ชาวกะเหรี่ยง

ka

ชาวกะเหรี่ยง, กาเรน, กะยีน, หรือ คนยาง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีภาษาพูดเรียกว่า ภาษากะเหรี่ยง จำแนกในครอบครัวชิโน – ทิเบตอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในรัฐกะเหรี่ยงทางใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของพม่า กะเหรี่ยงประกอบด้วยประมาณร้อยละ 7 ของประชากรพม่าทั้งหมดหรือประมาณ 5 ล้านคน ชาวกะเหรี่ยงจำนวนมากอพยพมาที่ประเทศไทย ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า กลุ่มกะเหรี่ยงมักสับสนกับชาวกะเหรี่ยง ชาติพันธุ์ขึ้นชื่อเรื่องแหวนที่ผู้หญิงสวมใส่ แต่พวกเขาเป็นเพียงหนึ่งในกลุ่มย่อยของชาวกะเหรี่ยงแดง (กะเรนนี) หนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์กะยาในรัฐกะยาของเมียนมาร์ ชาวกะเหรี่ยงบางคนที่นำโดยสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้ทำสงครามกับรัฐบาลพม่าตั้งแต่ต้นปี 2492 เป้าหมายแรกของ KNU คือเพื่อความเป็นอิสระ ปกครองตนเองมากกว่าอิสระ

 กะเหรี่ยงในประเทศไทย

ในประเทศไทยมีหมู่บ้านกะเหรี่ยง 1,993 หมู่บ้าน 69,353 ครัวเรือน มีประชากรทั้งหมดประมาณ 352,295 คน คิดเป็น 46.80% ของประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย อาศัยอยู่ใน 15 จังหวัดของภาคเหนือและภาคตะวันตก ได้แก่ กาญจนบุรี กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน ราชบุรี ลำปาง ลำพูน สุโขทัย สุพรรณบุรี และอุทัยธานี.คำว่า กะเหรี่ยง สันนิษฐานว่ามาจากภาษามอญ ကရေၚ สำหรับ กะเหรี่ยง ชื่อกลุ่มพุทธมหายานที่มีอยู่ในทิเบต ประเทศเนปาล หรือที่รู้จักในชื่อกะยุปะ หรือปากายู มักแต่งกายด้วยชุดสีขาว และมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและเจียมเนื้อเจียมตัวซึ่งความเชื่อนี้อาจแผ่ขยายไปถึงดินแดนสุวรรณภูมิเมื่อกว่าพันปีที่แล้วกะเหรี่ยงมีกลุ่มย่อยมากมาย และมีชื่อเรียกต่างกันไปตลอดจนขนบธรรมเนียม ความเชื่อ และวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน

แหล่งที่อยู่อาศัย

ถึงแม้ชาวกระเหรี่ยงจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นชาวเขา แต่ก็ไม่ได้อาศัยอยุ่บนที่สูงทั้งหมด บางส่วนพวกเขาก็ตั้งบ้านเรือนบนที่ราบเหมือนกับชาวพื้นราบทั่วไป ในหมู่บ้านบางแห่งมีทั้งกะเหรี่ยง สะกอและกะเหรี่ยงโป แต่ไม่ได้อยู่ร่วมกัน ชาวกะเหรี่ยงนิยมตั้งถิ่นฐานเป็นแหล่งถาวรและไม่นิยมย้ายถิ่นฐานบ่อยๆ และมีความรู้ในการจัดการทรัพยากรดินและน้ำเป็นอย่างดี และเป็นที่น่าสังเกตว่าชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือแหล่งต้นน้ำ

ระบบครอบครัว 

ระบบครอบครัวของกะเหรี่ยงเป็นคู่สมรสคนเดียว และไม่มีการอยู่ร่วมกันก่อนสมรส การหย่าร้างนั้นหายากมาก ในขณะที่การแต่งงานใหม่ไม่ค่อยปรากฏ ส่วนการเลือกคู่ครอง ผู้หญิงจะเลือกผู้ชายก่อน และบางครั้งผู้หญิงคนนั้นก็จ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดของการสมรส สังคมกะเหรี่ยงเป็นครอบครัวเดี่ยว เมื่อลูกๆ แต่งงานกัน พวกเขาจะแยกครอบครัวไปสร้างบ้านใหม่ ถ้าแต่งงานแล้ว ผู้ชายต้องอยู่บ้านพ่อแม่ของภรรยา 1 ฤดูเกี่ยว หลังจากนั้นเขาสร้างบ้านใกล้กับพ่อแม่ของภรรยา

การใช้ชีวิต การเลี้ยงชีพ

ใช้ชีวิตในชนบทมีชุมชนเล็กๆ และทำมาหากินในรูปแบบของการยังชีพ ส่วนใหญ่เป็นอาชีพเกษตรกรรม ทั้งปลูกพืช ปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ ในอดีตชาวกะเหรี่ยงปลูกฝิ่นเหมือนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ แต่ตอนนี้พวกเขาหันมาปลูกผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ รวมทั้งพืชเมืองหนาว โดยได้รับการสนับสนุนและความรู้จากโครงการพัฒนาชนบทจากหน่วยงานต่างๆ เช่น โครงการหลวง สถาบันวิจัยและพัฒนาที่ราบสูง (องค์การมหาชน) ได้ทำให้ชีวิตชาวกะเหรี่ยงในหลายชุมชนมีความสุข